การสร้างฟาร์ม และโรงเรือนโคนม

การสร้างฟาร์ม และโรงเรือนโคนม

การสร้างฟาร์ม และโรงเรือนโคนม เป็นการลงทุนที่สูงเมื่อสร้างแล้วเสร็จ หากต้องมีการปรับปรุง แก้ไขในภายหลัง ก็ทำได้ยากและมีปัญหาตามมามากมาย ดังนั้นก่อนที่จะทำการก่อสร้างฟาร์ม ควรคำนึงถึงแผนผังฟาร์ม โรงเรือน ให้มีความเหมาะสมและสะดวกต่อการจัดการ จำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยและข้อจำกัดในด้านต่างๆ ให้รอบคอบรัดกุมก่อนการดำเนินงาน ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติความเป็นอยู่ของโคนม การจัดการโคในแต่ละช่วงอายุ แต่ละระยะการให้ผลผลิต เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ต้องใช้ประกอบในการพิจารณา

นอกจากนี้โรงรีดนมและโรงเรือนสำหรับพักของแม่โค ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุดในฟาร์ม หากทำได้ถูกต้อง เหมาะสม ย่อมทำให้สามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับการลงทุนในเชิงธุรกิจอย่างสูงสุด

โรงเรือนที่พักโค

การสร้างฟาร์มและโรงเรือนโคนม

พื้นที่ก่อสร้างฟาร์ม สิ่งที่ต้องพิจาณาในการเลือกพื้นที่ มีดังนี้

- ที่ดินต้องมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง และราคาไม่ควรแพงจนเกินไป

- มีแหล่งน้ำคุณภาพดี และปริมาณที่เพียงพอ เช่น น้ำบาดาล หรือ น้ำผิวดิน

- การคมนาคมสะดวก แต่ไม่ควรอยู่ใกล้คอกสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ และตลาดซื้อขายโคกระบือ

- ไม่เป็นที่ลุ่มน้ำขัง มีพื้นที่ใช้สอยเพียงพอต่อการเลี้ยงโคนม

- มีที่ระบายของเสีย หรือกักเก็บ

- อยู่ในแหล่งที่มีอาหารหยาบเพียงพอ

- อยู่ในรัสมีของศูนย์รับน้ำนมดิบ

ทิศทางการวางโรงเรือน

- ในส่วนของทิศทางการสร้างร่มเงา ควรวางแนวหลังคาเป็นทิศเหนือ-ใต้ จะให้ร่มเงามากที่สุด ดังรูป


ทิศเหนือ - ทิศใต้

- ส่วนทิศทางของโรงเรือนที่วางแนวหลังคาในทิศตะวันออก-ตะวันตก เพื่อช่วยป้องกันแสงให้ส่องเข้าโรงเรือนน้อยที่สุด ดังรูป


ทิศตะวันออก - ทิศตะวันตก

โรงเรือนโคนมทดแทน

ในการเลี้ยงลูกคน ต้องมีคอกเพียงพอสำหรับการเลี้ยงในช่วงอายุ 2 เดือนแรก และคอกโครุ่น-โคสาว โดยมีรายละเอียดดังนี้

คอกลูกโคแรกเกิด ถึง อายุ 2 เดือน

โรงเรือนสำหรับลูกโค ต้องสามารถกันแดดกันฝน และมีการระบายอากาศที่ดี แต่ลมไม่แรงจนเกินไป ที่สำคัญคือ ต้องสามารถระบายแก๊สแอมโมเนียที่สะสมที่พื้นได้ เพราะแก๊สแอมโมเนียมีผลต่อระบบทางเดินหายใจลูกโค



ในกรณีเลี้ยงโลูกโคบนกรง กรงลูกโคควรมีขนาด กว้าง 76 ซม. ยาว 165 ซม. ยกสูงจากพื้น 70 ซม. เพื่อห้องกันแก๊สแอมโมเนียจากพื้นใต้กรง ด้านหลังกรงมีถังสำหรับใส่น้ำและอาหาร จำนวนกรงลูกโคที่เหมาะสม คือ 1 กรง ต่อ แม่โค 7 ตัว

คอกโครุ่น-โคสาว

พื้นที่คอกต่อตัวแบ่งตามอายุโค
- อายุ 3-6 เดือน พื้นที่ 12 ตารางเมตร ต่อตัว

- อายุ 12 เดือน พื้นที่ 18 ตารางเมตร ต่อตัว

- อายุ 18 เดือน พื้นที่ 25 ตารางเมตร ต่อตัว

คอกต้องมีพื้นที่ชายคากันแดดกันฝน สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี ความสูงจากชายคาถึงพื้นควรไม่น้อยกว่า 3 เมตร คอกที่เป็นพื้นคอนกรีตควรมีเส้น ขนาดเส้นมีความกว้าง 1.9 ซม. ลึก 2.5 ซม. ระยะห่างระหว่างเส้น 16 ซม. เพื้อป้องกันการลื่น มีอ่างน้ำสำหรับให้โคกินในที่ร่ม ควรติดลูกลอยควบคุมไม่ให้น้ำล้นเปียกพื้น และมีตัวป้องกันไม่ให้โคเล่นลูกลอย บริเวณพื้นรอบอ่างน้ำควรเป็พื้นคอนกรีตตีเส้นเพื่อกันลื่น

อ่างน้ำกิน และพื้นตีเน้นกันลื่น

คอกโครีดนม และพักรีดนม

พื้นที่คอกต่อตัว
- โรงเรือนแบบปิดมีซองนอน (Free Stall) พื้นที่ขนาด 9 ตารางเมตร ต่อตัว



แผงกันคอ (Neck Rail) ช่วยไม่ให้โคเข้าไปยืนในซองนอนลึกเกินไป


แผงกันอก (Brisket Board) ช่วยป้องกันไม่ให้โคนอนเข้าไปในซองชึกเกินไป

โรเรือนแบบเปิด พื้นที่ขนาดมากกว่า 9 ตารางเมตร ต่อตัว

ต้องมีพื้นที่ชายคากันแดดกันฝนสำหรับโค สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี ความสูงจากชายคาถึงพื้นไม่ควรน้อยกว่า 3 เมตร คอกส่วนที่เป็นพื้นคอนกรีตควรตีเส้น โดยขนาดเส้นมีความกว้าง 1.9 ซม. ลึก 2.5 ซม. ระยะห่างระหว่างเส้น 16 ซม. เพื้อป้องกันการลื่น มีความลาดเอียง 1-2% เพื่อให้ของเสียระบายดีมีอ่างใส่น้ำสำหรับให้โคกินในที่ร่ม ให้โคมีน้ำกินตลอดเวลา ขนาดความยาวของอ่างเริ่มต้นที่ 60 ซม. ต่อจำนวนโค 20 ตัว แต่ถ้าจำนวนโคมากกว่านี้ให้เพิ่มความยาวของอ่างน้ำ 3 นิ้ว ต่อโคหนึ่งตัวในโคโตเต็มวัย บริเวณพื้นรอบอ่างน้ำควรเป็นพื้นคอนกรีตตีเน้น เพื่อกันลื่น พื้นรางอาหารด้านหน้าเป็นคอนกรีตขัดมัน และสูงจากพื้นคอก 10 ซม.

แบบที่ให้อาหารหน้าคอก

1. ที่ให้อาหารแบบเรียบ ข้อดีคือ ราคาถูก ทำความสะอาดง่าย สามารถใช้เครื่องจักรจ่ายและเก็บอาหารเหลือได้ง่าย

ที่ให้อาหารแบบเรียบ

2. ที่ให้อาหารแบบราง ข้อดีคือ อาหารไม่กระจายออก ประหยัดแรงงานในการกวาดอาหาร

ที่ให้อาหารแบบราง

โรงรีดนม

พื้นที่ตั้งโรงรีดนมควรอยู่ใกล้คอกโครีดนม การไล่โคมารีดนมสามารถเข้าออกได้สะดวก ขนาดและประเภทของโรงรีดขึ้นอยู่กับจำนวนโครีดนม

ทั้นที่สำหรับโคยืนรอก่อนรีดนมควรมีขนาด 1.5 ตารางเมตร ต่อตัว

บริเวณที่พักโคก่อนเข้ารีด Holding pen

พื้นโรงรีดนมควรเป็นพื้นคอนกรีตตีเน้นมีความลาดเอียง 1-2% ระบายน้ำได้ดี ถ้าเกษตรกรมีเงินทุนเพียงพอควรปูพื้นยางบริเวณที่รีดนม เพื่อป้องกันโคลื่นล้ม ภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรีดนมต้องเป็นโลหะไร้สนิม (สแตนเลส)

ภายหลังจากรีดนมเสร็จควรมีพื้นที่สำหรบโคยืนรอกลับคอก มีอ่างน้ำให้โคกินหลังรีดนม ควรมีอ่างจุ่มกีบหลังจากรีดนมเวลาเดินกลับคอก

โกดังเก็บอาหารข้น

ควรตั้งอยู่ในพื้นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นที่สะสมเชื้อโรค มีวัสดุรองกระสอบอาหาร เพื่อป้องกันความชื้นจากพื้นโกัง มีผนังกันมิดชิด ามารถกันแดดกันฝนและสัตว์พาหะได้ สามารถทำงานได้สะดวก

โกดังเก็บอาหารข้น

โกดังเก็บฟาง และหญ้าแห้ง

ควรตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมไม่ถึง อากาศถ่ายเทสะดวก ที่สำคัญควรตั้งอยู่ห่างจากโรงเรือนสัตว์ เพราะในกรณีถ้าเกิดไฟไหม้ก็จะไม่ลามไปโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ และควรตั้งห่างจากรั่วฟาร์มเพื่อป้องกันเชื้อไฟภายนอกเข้ามาตกลงบนกองฟาง

จากที่กล่าวมาข้างต้น การสร้างโรงเรือนต้องมีการวางแผนออกแบบ และมีการประยุกต์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพื่อให้การจัดการได้สะดวก สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ รวมถึงช่วยลดปัญหาทั้งด้านผลผลิต และสุขภาพ ที่อาจมีมาตามหลัง

โกดังเก็บฟาง และหญ้าแห้ง

สรุป

1. พื้นที่ตั้งฟาร์มถูกกฎหมาย มีแหล่งน้ำอาหาร การตมนาคมสะดวก ห่างไหลจากแหล่งชุมชน ที่สำคัญควรใกล้ศูนย์รับน้ำนมดิบ ถ้าได้พื้นที่มีอากาศดี(อุณหภูมิต่ำ) ก็จะดีมาก เพราะโคนมชอบอาหาศเย็น

2. โรงเรือนสำหรับโคนมแต่ละระยะต้องได้ตามมาตรฐาน และเหมาะสมกับจำนวนโค เพื่อให้โคอยู่สบาย การเจริญเติบโตดี ผสมติดดี ให้น้ำนมดี ทำให้ได้ผลตอบแทนมากขึ้น

3. ขนาดของโรงรีดนม จำนวนของซองรีดนมต้องเหมาะสมกับจำนวนโครีดนม รวมทั้งการจัดการกลุ่มโครีด เช่น คลอดใหม่ ให้นมมาก ให้นมน้อย และโคป่วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรีดนมมากขึ้น โรงรีดควรอยู่ใกล้กับโรงเรือน

4. โกดังเก็บอาหารข้น และโกดังเก็บฟางและหญ้าแห้ง ต้องตั้งอยู่พื้นที่สูง น้ำไม่ท่วม กันแดดกันฝน ทำงานสะดวก

*****

ที่มา : คู่มือการเลี้ยงโคนม สำหรับเกษตรกร โดย CPF

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

Ad Code