การจัดกลุ่มโครีดนม

 


การจัดกลุ่มโครีดนม

การจัดการกลุ่มโครีดนมที่ดีควรมีการแบ่งกลุ่มโคตามช่วงระยะของการให้ผลผลิต ประกอบด้วย

1. โคคลอดใหม่ คือ โคที่อยู่ในช่วงการให้นม 21 วันแรก
2. โคระยะต้นการให้น้ำนม คือ จำนวนวันรีดนมที่ 22-100 วัน
3. โคระยะกลางการให้น้ำนม คือ จำนวนวันรีดนมที่ 101-200 วัน
4. โคระยะท้ายการให้น้ำนม คือ จำนวนวันรีดนมตั้งแต่ 201 วัน เป็นต้นไป

การแบ่งกลุ่มโคจะช่วยทำให้การจัดการมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจากแต่ละช่วงระยะของการให้ผลผลิตมีการจัดการและเป้าหมายที่แตกต่างกัน รวมถึงความต้องการโภชนาการ สารอาหาร ชนิดอาหารที่ต่างกัน ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตน้ำนม และผลกำไรของฟาร์ม


การเลี้ยงและการจัดการ

กลุ่มโคคลอดใหม่ คือ โครีดนมที่มีจำนวนวันรีดนมอยู่ในช่วง 0-21 วันแรก ควรแยกการเลี้ยงโครีดนมท้องแรกและแม่โคออกจากกัน เพื่อป้องกันการรังแกของแม่โคกับโครีดนมท้องแรก อีกทั้งเพื่อให้โครีดนมท้องแรกได้รับอาหารที่เพียงพอเนื่องจากโคกลุ่มนี้ยังมีความต้องการอาหารเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต

โคช่วงนี้ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดหลังคลอด ควรมีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายโคหลังคลอดติดต่อกัน 7 วัน (อุณหภูมิร่างกายปกติ อยู่ที่ 38.5-39.3 องศาเซลเซียส) และติดตามสุขภาพอื่นๆ เช่น รกค้าง มดลูกอักเสบ เต้านมอักเสบ

ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายโค

นอกจากนี้ควรมีการกรอกโพรพิลีนไกลคอน 400 มิลลิลิตรต่อวัน หลังคลอดต่อเนื่อง 7 วัน เพื่อเป็นแหล่งพลังงานเสริมให้กับแม่โค

กรอกโพรพิลีนไกลคอน

การจัดการอาหารที่ดีเหมาะสม เช่น การให้อาหารข้นที่มีโปรตีนและพลังงานสูง โดยอาหารควรมีโปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 21% การเลือกใช้อาหารหยาบคุณภาพดี การจ่ายอาหารหลายมื้อ การจัดการพื้นที่กินอาหารให้เพียงพอกับจำนวนโค การปรับเพื่มปริมาณอาหาร จะส่งผลให้แม่โคกินอาหารได้ในปริมาณมากและเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดผลกระทบจากปัญหาสภาวะโคขาดพลังงาน ภาวะกระเพาะเป็นกรด และโคเบื่อหาหารหลังคลอด ช่วยให้แม่โคให้ผลผลิตน้ำนมได้เต็มตามศักยภาพ กลับมามีความสมบูรณ์พันธุ์อย่างรวดเร็ว และพร้อมรับการผสม โดยให้ตาม (โปรแกรมการให้อาหารโครีดนม ช่วง 1 เดือนหลังคลอด (ซีพี ทรานสิท) แสดงดังตารางการให้อาหาร สามารถดูได้ท้ายบท)



กลุ่มโคระยะต้นการให้น้ำนม คือ โครีดนมที่มีจำนวนวันรีดนมอยู่ในช่วง 22-100 วัน ควรแยกโครีดนมท้องแรกและแม่โคออกจากกันเช่นเดียวกันกับกลุ่มโคคลอดใหม่ โดยระยะนี้จะมีปริมาณน้ำนมสูงสุด เป็นระยะที่โคมีความต้องการอาหารสูงสุดเช่นกัน ดังนั้นอาหารที่ให้กับแม่โคในกลุ่มนี้ควรคำนึงถึงคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นอาหารข้นหรืออาหารหยาบ ควรมีโปรตีนไม่น้อยกว่าร้อยละ 21% และพลังงานสูง เยื่อใยต่ำ ย่อยง่าย และความน่ากินสูง เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้แม่โคกินอาหารได้เต็มที่ ซึ่งระดับโปรตีนที่แม่โคได้รบจะเป็นส่วนผลักดันให้น้ำนมขึ้นพี๊ค และในส่วนของระดับพลังงานจะเป็นส่วนที่ทำให้การให้น้ำนมยืดยาว (โปรแกรมการให้อาหารแสดงดังตารางการให้อาหาร สามารถดูได้ท้ายบท) ช่วงนี้สภาพร่างกายแม่โคจะผอมลงผกผันกับปริมาณน้ำนมที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีการสลายไขมันที่สะสมไว้ในร่างกาย มาใช้เป็นพลังงานในการสร้างน้ำนม

ความสัมพันธ์ของคะแนนร่างกายกับปริมาณน้ำนมในช่วงการรีดนม

มีอาหารให้กินตลอดเวลา

ลักษณะโคนมให้นมมาก

กลุ่มโคระยะกลางการให้น้ำนม คือ โครีดนมที่มีจำนวนวันรีดนมช่วง 101-200 วัน การจัดการในช่วงนี้ควรแยกโครีดนมท้องและไม่ท้อง เพื่อที่จะสะดวกในการจัดการด้านการผสมพันธุ์ เป็นช่วงที่ปริมาณน้ำนมลดลงต่ำลงในขณะที่แม่โคมีคะแนนร่างกายเพิ่มขึ้น ความต้องการอาหารลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโคระยะต้นการให้นม สามารถเลือกใช้อาหารข้นที่มีโปรตีนต่ำลง และอาหารหยาบที่มีคุณภาพต่ำลงได้ (โปรแกรมการให้อาหารแสดงดังตารางการให้อาหาร สามารถดูได้ท้ายบท) เพื่อให้ต้นทุนในการผลิตน้ำนมเหมาะสม



กลุ่มโคระยะท้ายการให้นม คือ โคนมรีดที่มีจำนวนวันรีดนมตั้งแต่ 201 วันขึ้นไป เป็นระยะที่แม่โคให้น้ำนมต่ำสุด ความต้องการอาหารในการสร้างนมจะลดต่ำลง ดังนั้นการให้อาหารควรพิจารณาตามปริมาณน้ำนมและสภาพร่างกาย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้อาหารข้นที่มีโปรตีนสูง

ในระยะ 2 เดือนสุดท้ายก่อนหยุดรีดนม เป็นช่วงที่สามารถปรับการให้อาหารแม่โค เป้าหมายเพื่อให้คะแนนร่างกายอยู่ในระดับที่เหมาะสมคือ 3.5 (โปรแกรมการให้อาหารแสดงดังตารางการให้อาหาร สามารถดูได้ท้ายบท)


การให้คะแนนร่างกายโคนม มีดังนี้

คะแนนที่ 1 เป็นโคนมที่ผอมมาก และไม่อยู่ในสภาพที่จะให้ผลผลิตได้รวมถึงไม่มีศักยภาพในการสืบพันธุ์

คะแนนที่ 1

คะแนนที่ 2 เป็นโคนมที่ผอม และให้ผลผลิตได้น้อย และให้น้ำนมได้ไม่นา นรวมถึงผสมติดยาก

คะแนนที่ 2

คะแนนที่ 3 เป็นโคนมที่สมบูรณ์ และผสมติดดี โครีดนมควรมีคะแนนอยู่ในช่วง 2.5-3.0 โคนมจะใช้ประโยชน์จากอาหารอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

คะแนนที่ 3

คะแนนที่ 4 เป็นโคนมที่อ้วน โคจะเปลี่ยนอาหารไปเป็นอาหารสะสมในร่างกาย เป็นลักษณะของโคนมที่ไม่ต้องการทุกระยะ

คะแนนที่ 4

คะแนนที่ 5 เป็นโคนมที่อ้วนมาก เสมือนโคขุน โคนมประเภทนี้จะกินมากอ้วนง่ายแต่ให้น้ำนมน้อย ผสมติดยาก และคลอดยาก

คะแนนที่ 5


การให้คะแนนมูลโคนม มีดังนี้

นอกเหนือจากการจัดการโคในระยะต่างๆ แล้ว การสังเกตุมูลโคนมจะเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงการจัดการด้านอาหารว่าเหมาะสม หรือโคนมมีปัญหาสุขภาพหรือไม่ ซึ่งมีวิธีการสังเกตและให้คะแนนมีอยู่ 5 คะแนน ดังนี้

คะแนนที่ 1 ลักษณะมูลโคนมจะเหลวเป็นน้ำ พบในโคป่วยติดเชื้อทางเดินอาหาร หรือการให้อาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่น สัดส่วนอาหารข้นมากเกินไปทำให้เกิดภาวะกระเพาะรูเมนเป็นกรดส่งผลให้การย่อยอาหารได้ไม่ดี หรือสัดส่วนของยูเรียในสูตรอาหารมากเกินไป

คะแนนที่ 1

คะแนนที่ 2 ลักษณะมูลโคนมจะเหลว เป็นกองเล็กน้อย มีการกระจายตัว ความสูงไม่เกิน 1 นิ้ว พบในโคนมที่ได้รับอาหารหยาบไม่เพียงพอ หรือโคนมคลอดใหม่ที่กินอาหารยังได้ไม่ดี สุขภาพอ่อนแอหลังคลอด รวมทั้งได้รับอาหารที่มีโปรตีนสูงเกินไป

คะแนนที่ 2

คะแนนที่ 3 ลักษณะมูลโคนมจะเป็นกอง มีรอยบุ๋มตรงกลาง ความสูงประมาณ 1.5-2 นิ้ว ถือว่าปกติ

คะแนนที่ 3

คะแนนที่ 4 ลักษณะมูลโคนมจะเริ่มแห้งเป็นกองเหนี่ยว ไม่มีรอยบุ๋มตรงกลาง ความสูงมากกว่า 2 นิ้ว พบในโคนมที่ได้รับอาหารหยาบคุณภาพต่ำ หรือสัดส่วนอาหารหยาบมากเกินไป รวมทั้งได้รับอาหารโปรตีนต่ำ

คะแนนที่ 4

คะแนนที่ 5 ลักษณะมูลโคนมจะเป็นก้อนใหญ่ แห้ง พบในโคนมที่รับอาหารหยาบคุณภาพต่ำอย่างเดียว ไม่ได้รับอาหารข้น หรือพบในโคป่วย

คะแนนที่ 5

ซึ่งแต่ละช่วงการให้นมของโค จะมีคะแนนมูลโคที่แนะนำ คือ


สรุป

1. การจัดกลุ่มโคมีดนม ถ้าสามารถทำได้ก็จะมีประโยชน์มาก ซึ่งการจัดกลุ่มโครีดนมจะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย เช่น ระยะการให้นม จำนวนวันรีดนม ปริมาณน้ำนม การผสมติด รวมทั้งปัญหาสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการทำงานที่สะดวก และมีประสิทธิภาพ

2. การย้ายกลุ่มโครีดนมควรพิจารณาย้ายเดือนละ 1 ครั้ง ถ้าหากย้ายโคบ่อยจะทำให้โคเครียดจากการเปลี่ยนสังคม น้ำนมจะลดลง สิ่งที่ใช้พิจารณาในการย้ายโคได้แก่ ระยะการให้นม จำนวนวันรีดนม ปริมาณน้ำนม การผสมติด และเรื่องสุขภาพ

3. ความต้องการอาหารของโคนมในแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน ดังนั้นการจัดการอาหารและการเลือกใช้อาหารทั้งในส่วนของอาหารหยาบ และอาหารข้นกับกลุ่มโคต่างๆ จะมีผลโดยตรงกับการให้ผลผลิต และต้นทุนการผลิต


โปรแกรมหลังคลอด (ซีพี ทราานสิท) การให้อาหารโครีดนม ช่วง 1 เดือนหลังคลอด


*** หมายเหตุ

1. อาหารหยาบ ให้เลือกใช้ตามที่มีในฟาร์มอย่างใดอย่างหนึ่ง
2. จากวันที่ 14 เริ่มปรับให้อาหาร 3 มื้อต่อวัน

สรุป

1. ให้อาหารซีพี 005-21 จำนวน 8 ถุง
2. ให้อาหารซีพี 005-DS จำนวน 1 ถึงครึ่ง

ผลดีที่เกษตรกรจะได้รับ

1. โคนมสามารถให้นมดี พี๊คได้สูงถึง ประมาณ 25 กิโลกรัม ต่อวัน
2. โคนมไม่ซูบผอม เพราะได้รับโปรตีนและพลังงานอย่างเพียงพอสำหรับการสร้างนม
3. ไม่มีปัญหาระบบย่อยอาหาร หรือเกิดกระเพาะเป็นกรด เพราะจะค่อยๆ ปรับเพิ่มอาหารอย่างเป็นระบบ
4. ระบบสืบพันธุ์สมบูรณ์ เป็นสัดเร็วหลังคลอด ทำให้อัตราการผสมติดดีขึ้น


โปรแกรมให้อาหารโคนมตามระยะกรให้ผลผลิต


*** หมายเหตุ

1. โปรแกรม (ซีพี ทรานสิท) ดูตารางด้านบน
2. อาหารหยาบให้เลือกใช้ตามที่มีในฟาร์มอย่างใดอย่างหนึ่ง

*****

ที่มา : คู่มือการเลี้ยงโคนม สำหรับเกษตรกร โดย CPF

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

Ad Code