การรีดนมที่ถูกต้อง และการบำรุงรักษาเครื่องรีดนม

 


การรีดนมที่ถูกต้อง และการบำรุงรักษาเครื่องรีดนม

เครื่องรีดนมที่ใช้ในปัจจุบันในประเทศไทย มี 2 แบบ คือ

1. เครื่องรีดนมแบบถังเดี่ยว (Bucket Type)
2. เครื่องรีดนมแบบมีท่อลำเลียงนม (Pipeline Milking Type)

ส่วนประกอบพื้นฐานของเครื่องรีดนม ประกอบด้วย

1. ปั้มสุญญากาศ (Vacuum Pump)
2. ท่อสุญญากาศ (Vacuum Line)
3. เครื่องควบคุมแรงดันสุญญากาศ (Vacuum Requlator) ควบคุมแรงดันอากาศภายในท่อให้คงที่
4. มาตรวัดแรงดันสุญญากาศ (Vacuum Gauge)
5. ตัวจัดจังหวะการรีดนม (Pulsator)
6. ถังดักน้ำ/นม (Moisture Trap/Interceptor)
7. ก๊อกลม (Air Tap)
8. วาล์วระบายน้ำอัตโนมัติ (Drain Valve)
9. ท่อลมยาว (Long Milky Tube) ยาวไม่เกิน 2.7 เมตร
10. ยางรีดนม (Liner)


1. ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์เครื่องรีดนม

1.1 การเตรียมเครื่องรีดนม
- ประกอบชุดอุปกรณ์เครื่องรีดนม


1.2 การเตรียมอุปกรณ์สำหรับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ
- ผ้าเช็ดเต้านมที่แห้งและสะอาด
- ถ้วยตรวจเช็คน้ำนม (Strip cup)
- ถังน้ำ
- ถุงมือ
- ถ้วยน้ำยาจุ่มเต้า


1.3 การเตรียมน้ำยาสำหรับจุ่มเต้า
- เทน้ำยาใหม่ทุกวันลงในถังจุ่มเต้า ไม่ควรใช้น้ำยาที่เหลือจากการใช้ของวันที่ผ่านมา เพื่อประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อ

1.4 การเตรียมโคนมก่อนการรีดนม
- จัดโคนมเข้าโรงรีดนมโดยแยกโคนมออกเป็นกลุ่มๆ เริ่มด้วยโคนมที่ให้นมมาก โคนมให้นมปานกลาง โคนมให้นมน้อย โคนมที่มีปัญหาสุขภาพและโคนมเต้านมอักเสบ ตามลำดับ เพื่อป้องกันการติดต่อโรคเต้านมอักเสบ

1.5 ตรวจสอบอุปกรณ์เครื่องรีดนม
- ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตเครื่องรีดนม อุปกรณ์ตลอดหัวเรีดนมอย่างเคร่งครัด และตรวจสอบตามโปรแกรมของบริษัทนั้นๆ รวมทั้งสารเคมีที่ใช้
- ตรวจระดับน้ำมันในปั้มเครื่องรีดนมให้อยู่ในระดับปกติ
- เริ่มทดสอบเดินเครื่อง
- ตรวจสอบตัวควบคุมจังหวะของเครื่องรีดนม โดยจะมีรอบการทำงานประมาณ 50-60 รอบต่อนาที (Pulsation rate)
- ตรวจมาตรวัดแรงดันสุญญากาศ แรงดันที่เหมาะสมเท่ากับ 11-12.5 นิ้วปรอท หรือ 37-44 กิโลปาสคาล

ผลเสียถ้าระดับสุญญากาศสูงเกินไป

1. ทำให้เกิดการคั่งเลือดและบวมน้ำที่บริเวณหัวนม
2. เนื้อเยื่อที่หัวนมเกิดความเสียหายและบวมอักเสบ
3. ถ้วยรีดนมจะเลื่อนขึ้นไปที่จ่ายหัวนม ทำให้โพรงหัวนมที่น้ำนมไหลผ่านถูกบิด น้ำนมจะไหลช้า เนื้อเยื่อที่บริเวณฐานหัวนมจะเกิดการบาดเจ็บ และอักเสบได้

ผลเสียที่เกิดจากระดับสุญญากาสต่ำเกินไป

1. เวลาการรีดนมนานขึ้นๆ นมไหลช้า, รีดนมไม่หมดเต้านม น้ำนมลดลง และหัวนมเกิดการเสียหายมากขึ้น
2. เพิ่มความเสี่ยงที่หัวรีดนมจะหลุดจากหัวนม

หมายเหตุ : ระดับสุญญากาสที่บริเวณปลายหัวนม 30-40 กิโลปาสคาล


2. ขั้นตอนการรีดนม

2.1 ทำความสะอาดเต้านม
- ทำความสะอาดหัวนมที่สกปรก


แล้วจุ่มหัวนมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อความเข้มข้นของไอโอดีน 0.5% ทิ้งไว้ 30 วินาที เพื่อฆ่าเชื้อที่บริเวณหัวนมไม่ให้ปนเปื้อนสู่น้ำนม



2.2 รีดนมต้นเพื่อตรวจความผิดปกติของน้ำนม
- รีดนมทิ้งจากเต้านมแต่ละเต้า 2-3 ครั้ง ไม่ควรรีดนมทิ้งลงกับพื้น ให้ใช้ถ้วยตรวจสอบน้ำนมทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบความปกติของน้ำนม และทิ้งนมช่วงแรกที่มีเชื้อจุลินทรีย์สูง


- ถ้าพบสิ่งผิดปกติ เช่น น้ำนมมีตะกอน หรือมีสีชมพูที่ไม่ใช่สีครีมของน้ำนม ให้ตรวจสอบนมด้วยน้ำยา ซี.เอ็ม.ที.

2.3 เช็ดเต้านมให้สะอาด
- เช็ดเตานมเฉพาะบริเวณหัวนมโดยใช้ผ้าแห้งและสะอาด ผ้าที่ใช้ทำความสะอาดให้ใช้ผ้า 1 ผืน ต่อโคนม 1 ตัว โดยใช้ผ้าทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 2 เต้า เมื่อเช็ด 2 เต้าแรกแล้วให้สลับด้านใหม่เช็ด 2 เต้าที่เหลือ โดยแตะละหัวนมก็เช็ดคนละมุมผ้า


2.4 สวมเครื่องรีดนม
- สวมเครื่องรีดนมภายใน 45-90 วินาที หลังตรวจสอบน้ำนม เพราะมีผลต่อการปล่อยน้ำนม ให้สายท่อเครื่องรีดนมอยู่ชิดตัวโคนมมากที่สุด


จัดชุดรีดนมให้อยู่ในตำแหน่งที่สมดุล ลักษณะของหัวรีดนมอยู่ใต้หัวนมเป็นรูปสี่เหลี่ยม เพื่อให้อากาศเข้าถ้วยรีดเพราะขณะรีดนมถ้าอากาศเข้าได้นมจะไหลย้อนกลับได้ และควรรีดนมให้เสร็จภายใน 7-8 นาที



2.5 การถอดหัวรีดนม
- ปิดวาล์วสุญญากาศให้สนิด ทิ้งระยะเวลาสักครู่ แล้วจีงปลดหัวรีดนมออก ถอดหัวรีดทันทีเมื่อนมหมดเต้า เพราะหากปล่อยให้เครื่องรีดนมต่อไปจะทำให้เกิดการช้ำของหัวนม

2.6 หลังรีดนมเสร็จ จุ่มหัวนมด้วยน้ำยาจุ่มเต้าเพื่อป้องกันเต้านมอักเสบ
- จุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อทันทีหลังจากปลดหัวรีดนมออก โดยจุ่มน้ำยาให้ได้อย่างน้อย 3 ใน 4 ส่วนหัวนม ควรใช้น้ำยาที่มีคุณภาพและผ่านการรับรองมาตรฐาน ควรมีความเข้มข้นสารละลายไอโอดีน 1%


- หลังรีดนมเสร็จควรมีอาหารให้โคยืนกินเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้รูนมปิดก่อน ป้องกันไม่ให้โคนมไปนอนซึ่งอาจทำให้เชื้อเข้าสู่เต้านมได้

2.7 จากนั้นเทน้ำนมและชั่งน้ำนม ล้างและทำความสะอาดอุปกรณ์รีดนมและเตรียมโคนมตัวถัดไป
- ควรมีการชั่งน้ำนมทุกครั้งที่มีการรีดนมและจดบันทึก เพื่อเป็นข้อมูลในการจัดการด้านอาหาร ทราบประวัติโคนม และตรวจสอบความผิดปกติของโคนม



การตรวจสอบเต้านมอักเสบด้วยน้ำยา ซี.เอ็ม.ที.
1. รีดนมส่วนต้นทิ้งก่อน แล้วจึงรีดนมลงในถาดหลุม ในแต่ละหลุมประจำตำแหน่งประมาณ 2-3 ซีซี
2. ใส่น้ำยา ซี.เอ็ม.ที. ปริมาณเท่ากับน้ำนม คือ 2-3 ซีซี ต่อหลุม
3. แกว่งถาดเป็นวงกลมให้น้ำนมผสมกับน้ำยา ซี.เอ็ม.ที. เข้ากันภายใน 10-20 วินาที แล้วอ่านผล

การแปรผลของการตรวจ ซี.เอ็ม.ที. และแสดงจำนวนเม็ดเลือดขาวในน้ำนม


3. ขั้นตอนการปฏิบัติหลังรีดนมเสร็จ
3.1 ปิดสวิทช์ปั้มเครื่องรีดนม
3.2 ล้างอุปกรณ์เครื่องรีดนม

การล้างเครื่องรีดนมแบบถังเดียว

1. การล้างทำความสะอาดประจำวัน
อุปกรณ์ที่ใช้ล้างทำความสะอาด ได้แก่ แปรงชนิดต่างๆ น้ำยาทำความสะอาด น้ำคลอรีน น้ำกรด ด่าง ถั่งใส่น้ำ และอ่างน้ำ

ขั้นตอนการล้างประจำวัน
ควรทำความสะอาดทันทีที่รีดนมเสร็จ ไม่ควรทิ้งไว้จนคราบน้ำนมแห้ง

1. ดูดน้ำเปล่าเข้าถังประมาณ 10 ลิตร
2. ล้างด้วยน้ำด่าง
3. ถอดหัวใจเครื่องจัดจังหวะการรีดนมและสายลม
4. ล้างด้วยน้ำยาธรรมดาทั้งภายนอกและภายใน
5. ล้างยางรีดนม ฝาถัง ยางรอง สายนม ถ้วยรวมนม ถังนม ด้วยผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาด ใช้แปรงขนาดต่างๆ ไม่ควรใช้ฝอยขัดหม้อหรือแปรงแข็ง
6. ล้างด้วยน้ำธรรมดาเพื่อชะล้างคราบผงซักฟอกออก
7. ล้างด้วยน้ำสารละลายคลอรีนเข้มข้น โดยเตรียมคลอรีนผง (คลอรีน 65%) 1 กก. ต่อน้ำ 1.5 ลิตร ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง ตักส่วนที่เป็นน้ำใส 100 ซีซี ผสมน้ำ 10 ลิตร แล้วนำไปล้างอุปกรณ์เพื่อฆ่าเชื้อ
8. ผึ่งอุปกรณ์โดยการแขวน หรือคว่ำในที่สะอาดแห้ง และโปร่งระบายอากาศได้ดี
9. ล้างด้วยน้ำคลอรีนอีกครั้งก่อนนำถังไปใช้

2. การล้างและบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ตามโปรแกรม

วัตถุประสงค์
- ทำความสะอาดคราบหินปูน
- กำจัดคราบไขมัน
- เพื่อบำรุงรักษาอุปกรณ์

ตารางระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการล้างตามโปรแกรม


2.1 การล้างถังนมด้วยน้ำกรดมีขั้นตอนดังนี้
- ล้างอุปกรณ์รีดนมด้วยน้ำสะอาดทุกครั้งหลังการใช้งานเสร็จ
- ล้างด้วยน้ำกรดผสมน้ำอัตรา 1:1 อาจใช้สำลีชุบน้ำกรดที่ผสมน้ำเช็ดบริเวณที่เป็นโลหะที่ไม่สะอาดมีคราบสีเหลืองแข็งเกาะติดอยู่ (หมายเหตุ : ต้องสวมถุงมือยาง)
- ล้างด้วยน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก
- ล้างด้วยน้ำเปล่า
- ล้างด้วยน้ำสารละลายคลอรีน แล้วผึ่งให้แห้ง

2.2 การล้างอุปกรณ์ที่เป็นยาง
- การล้างอุปกรณ์ที่เป็นยางจะต้องมีอุปกรณ์เป็น 2 ชุด เมื่อครบ 15 วัน จะต้องนำออกมาทำความสะอาด

อุปกรณ์ที่จำเป็น
1. ถังน้ำที่มีฝาปิดบรรจุน้ำได้มากกว่า 20 ลิตร
2. เกล็ดโซดาไฟ

ขั้นตอนการล้างมีดังนี้
- เตรียมน้ำผสมโซดาไฟโดยใช้เกล็ดโซดาไฟ 1 กก. ผสมน้ำ 40 ลิตร เก็บไว้ในถังมีฝาปิดสามารถใช้งานได้ 1 เดือน ควรเปลี่ยนทุก 15 วัน
- แช่อุปกรณ์ที่เป็นยางในน้ำโซดาไฟ 7-15 วัน
- นำขึ้นมาล้างด้วยน้ำยาล้างจาก
- ล้างด้วยน้ำเปล่า
- ล้างด้วยคลอรีน (อัตราส่วน 60 ซีซี ต่อน้ำ 10 ลิตร)
- ผึ่งให้แห้งและเก็บไว้ในที่มืดเพื่อสับเปลี่ยนกับชุดที่ใช้งาน

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการเช็ดอุปกรณ์รีดนมในน้ำโซดาไฟ
- ถังหรือภาชนะที่บรรจุ ควรเลือกชนิดไม่ผุ
- ควรล้างทำความสะอาดแยกชิ้นส่วนออก
- ควรใส่ถุงมือหรือใช้เชือกผูกอุปกรณ์แล้วแช่

2.3 การล้างตะแกรงกรองอากาศในเครื่องควบคุมจังหวะ
ใช้น้ำสะอาด 1 ลิตร ผสมน้ำยาล้างจากเปิดฝาครอบด้านบนของตัวควบคุมจังหวะการรีดออก หรือใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิ 45-50 องศา เปิดผาครอบสีฟ้าออกและทำดังนี้

- ใช้แปรงขนอ่อน แปรงชิ้นส่วนต่างๆ ในน้ำที่เตรียมไว้
- ต่อสายลมเดี่ยวและสายลมคู่เดินเครื่องดูดน้ำอุ่นผสมผงซักฟอกประมาณ 3-4 ลิตร ให้ผ่านเครื่องในเครื่องควบคุมจังหวะเข้าไปในท่อลม
- ถอดสายลมเดี่ยวและคู่ออก เครื่องควบคุมจังหวะจุ่มลงในน้ำสะอาดยกขึ้นยกลงสลับจนสะอาด
- ต่อสายลมเดี่ยวและคู่เดินเครื่องดูดน้ำสะอาดประมาณ 3-4 ลิตร ให้ผ่านเข้าในเครื่องควบคุมจังหวะเข้าไปในท่อลม
- เอาสายลมคู่ขึ้นจากน้ำปล่อยให้เครื่องควบคุมจังหวะดูดลมเข้าไปในเครื่องประมาณ 4-5 นาที ปิดเครื่องลมจะช่วยดูดสิ่งสกปรกออกและจำทำให้เครื่องแห้งเร็วควรใช้น้ำยาซิลิโคน (Silicone Spray) ที่แกนเพลาทั้งสองด้าน

2.4 การทำความสะอาดวาล์วควบคุมสุญญากาศ
ซึ่งวาล์วตัวนี้ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมแรงดันสุญญากาศในท่อน้ำนม การทำความสะอาดให้ถอดวาล์วเปิดออก นำฟองน้ำที่กรองอากาศ มาล้างด้วยน้ำหรือใช้ลมเป่าทำความสะอาด

2.5 การล้างท่อลม
การล้างควรล้างทุก 6 เดือน หรือเมื่อมีนมไหลเข้าไปภายในท่อสุญญากาศ ซึ่งจะไปขัดขวางการไหลเวียนของอากาศภายในท่อทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องลดลง และเป็นสาเหตุต่อสุขภาพเต้านมโคนม และคุณภาพของน้ำนมดิบต่ำลง

วิธีการล้างท่อลมมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- เตรียมสารละลายโซดาไฟ อัตราส่วนน้ำสะอาด 10 ลิตร ต่อโซดาไฟ 300 กรัม
- เดินเครื่องสุญญากาศ และเอาสายลมเดี่ยวของเครื่องรีดนมต่อเข้ากับก๊อกลมตัวที่อยู่ใกล้ชิดที่สุด
- เอาปลายสายลมเดี่ยวอีกข้างดูดสารละลายโซดาไฟประมาณ 1-2 ลิตร ต่อก๊อกลม แล้วดูดให้ครบทุกก๊อก
- ปิดเครื่องสุญญากาศ (เปิดก๊อกลมก่อนปิดเครื่องสุญญากาศ) ในระบบท่อลมจะมีวาล์มระบายน้ำอัตโนมัติในตำแหน่งไกลสุดและต่ำสุดของท่อลม

สรุป
การรีดนมให้ได้ประสิทธิภาพและได้น้ำนมคุณภาพดี มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 อย่าง คือ

1. เครื่องมือและอุปกรณ์การรีดนม สารเคมีที่ใช้ต้องได้มาตรฐาน สะอาด เพียงพอ มีอะไหล่ที่สามารถทดแทนหรือซ่อมบำรุงได้ในเมืองไทย ที่สำคัญต้องทำตามโปรแกรมในการเปลี่ยนทดแทนหรือบำรุงรักษาเครื่องมือ เช่น ยางรีดนม วาล์วข้อต่อต่างๆ การตรวจระดับสุญญากาศ จังหวะการรีดนม ฯลฯ รวมทั้งสารเคมีที่ใช้ต้องมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน

2. การจัดกลุ่มโคนมแต่ละคอก ต้องเหมาะสมกับจำนวนซองรีดนม และการแยกกลุ่มโคนมป่วย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรีดนม อีกทั้งเต้านมโคนมต้องไม่สกปรก ซึ่งสัมพันธ์กับที่นอนและสภาพคอกของโรงเรือนที่อยู่ต้องแห้ง ไม่มีน้ำของเสียท่วมขัง

3. คนทำงานเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนทำงานต้องมีความรู้ ความเข้าใจในการรีดนม ปฏิบัติตามขึ้นตอนการรีดที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้อัตรากำลังคนงานต้องเพียงพอกับการทำงาน จะช่วยให้รีดนมได้มีประสิทธิภาพ และได้น้ำนมคุณภาพดียิ่งขึ้น

*****

ที่มา : คู่มือการเลี้ยงโคนม สำหรับเกษตรกร โดย CPF

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

Ad Code