ปัญหาการผสมติดยาก ในโคนม
ปัญหาโคนมผสมติดยาก เป็นปัญหาหลังของการเลี้ยงโคนม ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายทางด้านต้นทุน เช่น ค่าน้ำเชื้อพ่อพันธุ์ ค่าบริการหอมผสมเทียม ค่าเวชภัณฑ์ และฮอร์โมน ค่าเสียโอกาสคนในการตั้งท้อง
ฟาร์มที่ประสบปัญหาโคนมผสมติดยาก มักจะมีปัญหาเหล่านี้ตามมา คือ จำนวนโคท้องในฝูงลดลง ก็จะส่งผลต่อจำนวนโคนมเข้าคลอดลดลง เมื่อไม่มีโคนมเข้ามาคลอดใหม่ในแต่ละเดือน ก็จะส่งผลให้ปริมาณน้ำนมรวมในฟาร์มลดลง สัดส่วนโคขึ้นขีดนมลดลง สุดท้ายส่งผลต่อรายได้ของฟาร์ม ในฟาร์มมีแต่โคพักรีดที่ไม่ท้อง เป็นโคกินเปล่า
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผสมติด
1. การจับสัด
เกษตรกรควรเอาใจใส่ในการจับสัดมากขึ้น ควรกำหนดเวลาในการจับสัดในแต่ละวันให้แน่นอน ควรจับสัดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยใช้เวลาการจับสัดอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ธรรมชาติของโคนมมักแสดงอาการเป็นสัดช่วงที่อากาศเย็น เช่น ช่วงเช้าก่อนรีดนม และช่วงเย็นหลังรีดนม ดังนั้นเกษตรกรควรจัดตารางการจับสัดในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้ควรจดบันทึกประวัติรายตัวที่ชัดเจน ได้แก่ บันทึกวันและเวลาที่แสดงอาการเป็นสัด วันผสม และวันที่คาดว่าจะเป็นสัดในรอบต่อไป เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการติดตามการจับสัดของโคนมแต่ละตัวให้ได้แม่นยำมากขึ้น ทำให้การจับสัดมีเป้าหมายชัดเจน และที่สำคัญ คือ เวลาที่เกษตรกรแจ้งหมอผสมเทียมควรระบุเวลาที่พบเห็นแม่โคที่เป็นสัดและยืนนิ่่งที่ถูกต้อง เพื่อที่ว่าหมอผสมเทียมสามารถคำนวณเวลาที่เหมาะสมในการผสมเทียมให้กับแม่โคได้ถูกต้อง การยืนนิ่งของโคนมที่เป็นสัดแสดงถึงความพร้อมในการยอมรับการผสม และเวลาที่เหมาะสมในการผสม คือ ภายในช่วง 9-16 ชั่วโมง หลังแสดงอาการเป็นสัดยืนนิ่ง
2. เทคนิคผสมเทียม
ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมน้ำเชื้อ โดยการละลายหลอดน้ำเชื้อควรละลายในน้ำอุ่นอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส นาน 45 วินาที การยกกระบอกบรรจุน้ำเชื้อ (Canister) จากก้นถังเก็บน้ำเชื้อเพื่อคีบเอาหลอดน้ำเชื้อ ไม่ควรยกปากกระบอกขึ้นสูงเกินคอถัง หรือเกินไอของไนโตรเจนเหลว และใช้เวลาน้อยที่สุดไม่ควรเกิน 10 วินาที่ นับเวลาที่ตั้งแต่ยกกระบอกน้ำเชื้อและคีบหลอดน้ำเชื้อลงในอุปกรณ์ละลายน้ำเชื้อ การปฏิบัติที่ไม่ถูกวิธีย่อมมีผลต่อคุณภาพน้ำเชื้อที่เก็บอยู่ในถังเก็บน้ำเชื้อ รวมถึงหลอดน้ำเชื้อที่เรานำออกมาเพื่อใช้ในการผสมนั้นๆ ด้วย
3. ความสมบูรณ์พันธุ์ของโคนม
ความสมบูรณ์พันธุ์ของโคนมต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนคลอด ต้องมีการจัดการที่ดี ทั้งในเรื่องคะแนนร่างกายของแม่โคนม ก่อนคลอด ช่วงคลอด หลังคลอด รวมทั้งมีการจัดการดูแลสุขภาพแม่โคนมที่ดีหลังคลอดด้วย เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพหลังคลอดที่มีผลต่อความสมบูรณ์พันธุ์ดังได้กล่าวมาแล้ว
คะแนนร่างกายของแม่โคนม ที่เหมาะสมอยู่ในระดับ 3.0-3.5 ช่วงวิกฤตที่เราต้องตรวจสอบและจดบันทึก คือ ช่วงที่แม่โคตั้งท้องได้ 5 เดือน, 7 เดือน ณ วันหยุดพัการรีดนม, วันคลอด, และหลังจากคลอดได้ 45 วัน ซึ่งช่วงเวลา 45 วันหลังคลอดเป็นช่วงที่ร่างกายแม่โคนมอยู่ในสภาวะขาดสมดุลพลังงาน แม่โคนมจะมีการสลายไขมันที่สะสมในร่างกายนำไปใช้ ส่งผลให้คะแนนร่างกายแม่โคนมจะลดลง แต่ว่าไม่ควรลดลงมากกว่า 1 คะแนน เมื่อเทียบกับคะแนนร่างกาย ณ วันคลอด
4. คุณภาพน้ำเชื้อ
การเลือกใช้น้ำเชื้อต้องเลือกใช้น้ำเชื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีขั้นตอนการผลิต และคุณภาพของน้ำเชื้อได้ตามมาตรฐาน มีวิธีการเก็บรักษา และการขนส่งที่ดีได้มาตรฐาน
สรุป
1. ควรทำการจับสัดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที โดยการเป็นสัด คือ โคจะยืนนิ่ง ยอมให้ตัวอื่นปีนทับ ควรทำการผสมหลังจากแสดงอาการเป็นสัด 9-16 ชั่วโมง และจดบันทึกข้อมูลการเป็นสัด และการผสมทุกครั้ง
2. หมอผสมเทียมต้องมีความรู้ ความชำนาญในเทคนิคการผสมอย่างดี
3. ความสมบุรณ์ของร่างกายจะมีผลต่อการทำงานของระบบฮอร์โมนและระบบสืบพันธุ์ในปกติ ซึ่งคะแนนร่างกายควรอยู่ที่ 3.0-3.5 โคนมต้องได้รับอาหารอย่างเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
4. คุณภาพของน้ำเชื้อที่ดี ทั้งความแข็งแรงของอสุจิ จำนวนมีชีวิตของตัวอสุจิ จำนวนอสุจิที่ผิดปกติ แต่ละส่วนล้วนมีผลต่อการผสมติด
5. การผสมติดถือว่าเป็นจุดสำคัญของการเลี้ยงโคนม ทำให้มีการขยายฝูงและทำให้ได้น้ำนมรวมมากขึ้น ได้ผลตอบแทนมากขึ้น อีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ คือ สภาพแวดล้อมที่ร้อนชื้น จะทำให้โคเครียดและผสมไม่ติด โดยทั่วไปโคนมจะชอบอากาศเย็น แห้ง รวมถึงสภาพโรงเรือนที่ดี ระบายอากาศดี ก็จะช่วยให้ผสมติดดีขึ้น
*****
ที่มา : คู่มือการเลี้ยงโคนม สำหรับเกษตรกร โดย CPF






0 ความคิดเห็น